โคโรน่า ไวรัสสายพันธุ์ใหม่

โคโรน่า ไวรัสสายพันธุ์ใหม่

โคโรน่า ไวรัสสายพันธุ์ใหม่

ขณะนี้องค์การสุขภาพมากมายจากทั่วโลกต่างก็กำลังเฝ้าระวังถึงเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ โดยไวรัสนี้ถูกค้นพบในมณฑลอู่ฮั่น ประเทศจีน เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยมีรายงานยืนยันผู้ติดเชื้อแล้วไม่ต่ำกว่า 500 คน และได้มีผู้เสียชีวิตจากเชื้อนี้แล้วหลายราย โดยประเทศที่มีความเสี่ยงรับโรคระบาดนี้คือ ประเทศเกาหลีใต้ ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงประเทศไทยด้วย

นักวิจัยได้รายงายว่าเชื้อไวรัสที่เมืองอู่ฮั่น มีโอกาสที่จะเกิดระบาดคล้ายกับโรคซาร์ส(SARS) ที่เคยคร่าชีวิตผู้คนไปมากมายเมื่อปี พ.ศ. 2545 – 2546 โดยเชื้อไวรัสนี้มีต้นตระกูลเดียวกันกับโรคซาร์ส นั่นก็คือ “ไวรัสโคโรน่า” (Coronaviruses) ซึ่งส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจของมนุษย์ โดยสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้

ไวรัสนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร

หลายๆ องค์กรต่างก็ตั้งทฤษฎีขึ้นว่า ไวรัสนี้อาจเริ่มต้นก่อตัวขึ้นในสัตว์ไม่ทราบสายพันธุ์ และแพร่เข้าสู่มนุษย์ครั้งแรกในตลาดค้าขายสัตว์ป่าและอาหารทะเลขนาดใหญ่ของเมืองอู่ฮั่น ถ้าหากสามารถระบุสัตว์ที่เป็นต้นกำเนิดเชื้อได้อย่างชัดเจนก็จะสามารถควบสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคได้ดียิ่งขึ้น แต่ปัจจุบันก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเชื้อไวรัสนี้มีที่มาจากสัตว์ชนิดใด อย่างไรก็ตามสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นๆก็สามารถส่งต่อโรคสู่มนุษย์ได้เช่นกัน เหมือนกับโรคซาร์สที่เริ่มระบาดมาจากตัวชะมด

ตอนนี้ตลาดค้าขายสัตว์ป่าและอาหารทะเลในเมืองอู่ฮั่นแห่งนี้ก็ถูกปิดตัวลงไปแล้ว โดยขณะนี้ได้มีการระดมกำลังในการตรวจสอบต้นตอของโรคจากสารพันธุกรรมของสัตว์ที่อยู่ในตลาดแห่งนี้ รวมถึงตรวจสอบสารพันธุกรรมที่อาจหลงเหลืออยู่บริเวณกรง หรือตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุสัตว์เหล่านั้นด้วย

อาการ

ลักษณะอาการของผู้ที่ติดเชื้อในระยะเริ่มต้นจะมีอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจในรูปแบบที่เบาถึงปานกลาง อาจเริ่มจากมีอาการคล้ายกับเป็นหวัดธรรมดา เช่น น้ำมูกไหล ไอ เจ็บคอ หรือปวดหัวเป็นไข้ แต่สำหรับในผู้ติดเชื้อที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เด็กเล็ก หรือผู้สูงอายุ ก็มีโอกาสที่จะเกิดอาการรุนแรงอย่างปอดอักเสบ หรือหลอดลมอักเสบได้ ซึ่งก็มีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อนี้ไม่ต่ำกว่า 10 คนแล้ว

จนถึงตอนนี้นักวิจัยก็ยังคาดการณ์ว่าเชื้อไวรัสนี้จะมีอาการแรกเริ่มที่ไม่รุนแรงเท่าโรคซาร์ส และมีระยะการฟักตัวของเชื้อไวรัสที่นานกว่า ผู้ติดเชื้ออาจมีอาการไอเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ตามด้วยอาการหายใจติดขัดจนทำให้ผู้ป่วยต้องไปพบโรงพยาบาลจึงจะทราบว่าตนเองติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ซึ่งระหว่างนั้นญาติหรือบุคคลที่ใกล้ชิดก็ได้รับการแพร่เชื้อไปเสียแล้ว

 

วิธีรักษา

สำหรับตอนนี้ยังไม่พบวิธีการรักษาโรคจากไวรัสตัวนี้อย่างชัดเจน บางครั้งผู้ที่ป่วยก็จะมีอาการดีขึ้นได้เอง แต่หากรู้สึกว่าตนเองป่วยมากเกินกว่าหวัดธรรมดาแล้วก็ควรรีบให้แพทย์ตรวจสอบจะดีที่สุด หากผู้ติดเชื้อยังเพิ่งมีอาการในระยะเริ่มต้น แนวทางการบรรเทาอาการที่แพทย์ทำได้จะมีเพียงการใช้ยารักษาไข้หวัดทั่วไปตามอาการ รวมถึงการดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอก็จะสามารถทุเลาอาการลงได้

แนวทางการป้องกัน

แม้ว่าตอนนี้ทางนักวิจัยจะยังคิดค้นวัคซีนที่ใช้รักษาโรคนี้ไม่ได้ แต่เราก็สามารถลดความเสี่ยงในการติดโรคนี้ได้ด้วยการปฏิบัติตัวดังต่อไปนี้

  1. หลีกเลี่ยงการใกล้ชิด หรือใช้สิ่งของร่วมกันกับผู้ที่มีแนวโน้มจะติดเชื้อ
  2. ไม่ใช้มือลูบคลำบริเวณตา จมูก และปาก
  3. ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำ และสบู่ไม่ต่ำกว่า 20 วินาที
  4. สวมหน้ากากอนามัยเสมอเมื่อต้องออกไปพบปะผู้คน

ที่มา
https://edition.cnn.com/2020/01/20/health/what-is-coronavirus-explained/index.html
https://www.nature.com/articles/d41586-020-00166-6
https://edition.cnn.com/2020/01/21/asia/china-china-coronavirus-sars-intl-hnk/index.html

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

แบรนด์
7amino (0)
Active (0)
Alcon (2)
aLGy (1)
Amsel (1)
Bayer (1)
Beurer (3)
CDR (2)
CG210 (2)
D24 (0)
Dettol (4)
Doctor (7)
Durex (5)
Ezerra (5)
Fos (2)
Futuro (9)
Hashi (11)
Hicee (2)
I-COCO (1)
ILHWA (0)
Lynae (2)
Nipro (9)
Noal (0)
O labo (4)
Omron (4)
Proflex (14)
Racer (1)
Ray (0)
Renu (3)
Scagel (3)
Scholl (1)
Stada (1)
Toby (6)
Tomei (5)
Vicks (3)
Vistra (11)
Yibon (0)